Warning : หากท่านไม่รู้จักคำว่าวาย ไม่ชอบวาย กรุณาคลิกที่มุมขวาบนที่เป็นรูปกากบาทด้วยค่ะ เราเตือนท่านด้วยความหวังดีนะคะ

.

.

.

.

.

.

.

และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบวาย โดยเฉพาะเรื่อง Junjou Romantica ขอเชิญด้านล่างได้เลยเจ้าค่ะ

 

อ้อ...ระวังโหลดโหดนะคะ เพราะเอนทรี่นี้สาดรูปเต็มสตรีม

++++++++++++++++++++++++++++++++++

ก่อนอื่นต้องขออภัยกับภาพที่อาจชวนให้ท่านขัดใจได้อย่างมหาศาล เพราะเคถ่ายรูปเอาค่ะ

พูดง่ายๆคือทำใจแสกนไม่ได้ค่ะ ไม่อยากแหกหนังสือ T^T เลยถ่ายรูปเอานะคะ และเพราะแสงในห้องน้อยไปซักนิด แถมเคยังใช้มือข้างเดียวถ่ายอีก อาจทำให้ภาพเลวร้ายยิ่งกว่า Low quality นะคะ (แต่ก็ดูออกล่ะน่า ว่าเป็นรูปอะไร)

 

 

ขอเกริ่นถึงที่มา(ที่หลายๆคนอาจไม่อยากรู้)ซักเล็กน้อยนะคะ

เคได้จุนโจวเล่มนี้มาจากเพื่อนสนิทที่ได้ทุนไปเที่ยวญี่ปุ่นอาทิตย์กว่าๆค่ะ (ช่างน่าอิจฉาตาร้อนยิ่งนัก)

และเพราะว่าเพื่อนมันได้ไปฟรีค่ะ เราจึงต้องไถตังค์ออกจากกระเป๋ามันซักนิดนึง (ความจริงพี่ดลก็สั่งไว้เหมือนกันนะ การ์ตูนน่ะ แต่พี่เขาเอาเงินให้ไงคะ <<ความจริงเคงกค่ะ ฮ่าๆๆ)

ก็เลยบอกมันให้ฝากซื้อมาให้หน่อยจิ เค้าอยากได้อ่ะตัว (คือเพื่อนเขาก็รู้แหละค่ะว่ายัยนี่คลั่งจุึนโจวแค่ไหน)

แหม...ก็ข่าวที่ว่าหนังสือเล่ม 11 ออกน่ะ มันเป็นตอนที่เขากลับญี่ปุ่นมาได้ไม่นานนี่นา (ช่างน่าเจ็บใจจริงๆ)

แถมเพื่อนยังโชคดีไปเจอร้านที่ขายครบทั้ง 10 เล่มอีก (อยากได้~!!!)

เอาเถอะค่ะ ในเมื่อเพื่อนอุตส่าห์สละตังค์ค่าเที่ยวเล่นกินเล่นของมันให้กับค่าการ์ตูนวายถึง 4 เล่มบิ๊กๆแก่เรา (ทั้งๆที่เราให้ช็อคโกแลตมันไปแค่ 2 ถุง น่าอายจริงๆ << ก็คนมันออกตังค์ไปเองครั้งแรกนี่หว่า ก็เลยยังไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรน่ะสิ บู่ๆ)

ดังนั้น เรามาเจาะลึกจุนโจวเล่ม 11 กันเถอะค่ะ (จะโดนเรื่องลิขสิทธิ์มั้ยเนี่ย? กังวลๆ)

.

.

.

.

.

ผ่านไป 5 จุดก็ได้ฤกษ์งามยามดีพูดถึงซักที (เกี่ยวมั้ยเนี่ย?)

 

 


รูปร่างหน้าตาของเล่ม 11 ค่ะ
 
ก็เป็นไปตามปกติของหน้าปกทุกอันของจุนโจวนะคะ ว่าต้องเป็นคู่แรกอยู่แล้ว(อุซากิซังกับมิซากิ) ส่วนหลังปกคราวนี้เป็นคู่สามค่ะ(ตาลุงมิยากิกับชิโนบุจิ้น)
 

ถอดสายคาดออกก็จะเป็นแบบนี้
 
พอถอดสายคาดออกก็จะพบว่าปกหลังล่อแหลมกว่าที่คิด ฮ่าๆๆ ไม่ใช่แล้ว เขาอาจจะแค่ถอดเสื้อเตรียมอาบน้ำก็ได้ (อาบน้ำบ้านไหนเขาอาบบนเตียง?)
 

ซูมสำหรับคนชอบคู่สาม (ใครอยากให้สแกนก็บอกนะคะ ปกหน้ากับปกหลังยังพอแสกนให้ได้)
 

ซูมสายคาดและสันหนังสือค่ะ
 
ที่สายคาดรู้สึกจะบอกถึงข่าวของจุนโจวอนิเมะภาคสองเนี่ยแหละค่ะ เสร็จภาคนี้จุนโจวอนิเมะก็จบแล้วล่ะ~!! สันหนังสือหนาใช้ได้ค่ะ แต่ถ้าเทียบกับวันพีซYellowแล้ว แค่นี้เด็กๆ (หนาประมาณการ์ตูนของสนพ.วิบูลย์กิจบ้านเราค่ะ)
 
 
สารบัญ
 
จุนโจวเล่ม 11 มี 3 พาร์ทค่ะ คือ Romantica(ประจำอยู่แล้ว) , Minimum และ Terrorist ดังนั้นปกหลังจึงเป็นคู่สามไงคะ อิอิ คู่นี้ออกน้อยจะแย่อยู่แล้ว ยังมีแค่ตอนเดียวอีกแน่ะ
 

ที่คั่น(หรือปฏิทินเดือน 12)ลายเดียวกับหน้าปกค่ะ น่าร๊ากก~ จริงๆซุซุกิซัง♥
 

ภาพสีในปกและปกหลังด้านในค่ะ (โฆษณา Hybrid Child เล็กน้อย ฮ่าๆ)
 
เข้าเรื่องกันดีกว่า เสียเวลาไปกับปกไปหลายภาพแล้ว (ความจริงมีการ์ตูนเล็กๆของพี่ชายมิซากิกับอุซากิซังอยู่ที่ปกด้านในด้วยนะคะ แต่ไม่ถ่ายค่ะ เพราะอ่านไม่ออก แต่คงเม้าท์มิซากิในวัยเด็กอย่างเคยแหละค่ะ ใครที่มีOSTของจุนโจวน่าจะได้ฟังอยู่นะคะ)
 
เรื่องราวในเล่ม 11 จะต่อจากในอนิเมะเลยค่ะ (เรื่องจะซ้อนทับกันเล็กน้อย เพราะในอนิเมะตอนจบมีการดึงฉากบางฉากในเล่ม 11 มาใช้ด้วยค่ะ)
 
เริ่มจาก Romantica กันเล้ย!
 
เรื่องเริ่มต้นในช่วงวาเลนไทน์ค่ะ เมื่อมิซากิที่ทำการบ้านภาษาอังกฤษไม่ได้เดินลงมาข้างล่างก็พบกับอุซากิซังที่กำลังจะชิ่งไปอยู่ที่อื่น สาเหตุก็เป็นเพราะเขียนนิยายไม่ออกเหมือนเคย เดือดร้อนไอคาว่าซังต้องตามมาจิกถึงที่ มิซากิเลยรีบเข้าไปห้าม อุซากิซังก็เลย...
 
ขอเติมพลังในการทำงานด้วยจูบซักหน่อยเหอะน่า รับรองคิดพล็อตออกฉลุย
 
และแน่นอนค่ะว่า มิซากิต้องปฏิเสธ ฮ่าๆๆ แล้วไอคาว่าซังก็เข้ามาจัดการกับอุซากิซังต่อไป มิซากิที่ว่างๆอยู่ถูกไอคาว่าซังวานให้ไปช่วยจัดการกับช็อคโกแลตของอุซากิซังที่ได้รับมาจากแฟนคลับผลงานที่สำนักพิมพ์ที มิซากิที่ถูกยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องการ์ตูนเรื่องโปรดของตนก็ตอบตกลงแบบสายฟ้าแลบ
 
มิซากิเปิดทีวีไปเจอข่าวเกี่ยวกับเรื่องวาเลนไทน์เข้าก็เริ่มคิดว่าตัวเอง จะให้อะไรกับอุซากิซังดี เพราะอุซากิซังไม่ชอบของหวาน แต่ไปๆมาๆก็เกิดอาการคิดขึ้นมาอีกว่า 'แล้วฉันจะคิดเรื่องนี้ไปทำไมเนี่ย!?'
 
สรุปเลยเลิกคิดไปโดยปริยายค่ะ
 
หลังจากนั้นมิซากิก็ไปทำงานที่สำนักพิมพ์ (ไปขนช็อคโกแลตและจัดแยกจดหมายของแฟนคลับของอุซากิซัง <<ขอช็อคโกแลตให้เคได้มั้ย? อุซากิซังไม่ชอบของหวานนี่ มิซากิก็กินไม่หมดหรอก ฮ่าๆๆ) ระหว่างที่กำลังขนช็อคโกลแตบางส่วนกลับบ้านก็ไปเจอกับอิซากะซังเข้าให้แล้วอิซากะซังก็เอา(น่าจะเป็น)ฟิคเกอร์ตัวการ์ตูนเรื่องโปรดของมิซากิให้ซึ่งเจ้าตัวก็ออกอาการหลงไหลได้ปลื้ม
 
และระหว่างนั้นเอง...
 
อุซากิตัวพ่อเผยตัว!!
 
แล้วเรื่องราวก็เป็นไปตามในอนิเมะค่ะ คือมิซากิรีบขอตัวกลับก่อน(กลัวเกิดสงครามประสาทระหว่างพ่อตากับลูกสะใภ้? ฮ่าๆๆ ไม่หรอกค่ะ แค่กลัวรังสีกดดันจากอุซากิตัวพ่อเท่านั้นเอง) หลังจากนั้นก็ไปซื้อของที่ตลาดก่อนกลับ แล้วก็พบกับอุซากิตัวพ่ออีกรอบ(ให้หนักใจเล่น) มิซากิก็พยายามจะเลี่ยงไม่ให้อุซากิตัวพ่อกับอุซากิซังเจอกัน ก็อย่างที่เรารู้กันนะคะว่าอุซากิซังไม่ชอบพ่อตัวเอง แต่ก็โดนกดดันด้วยคำพูด(อย่างที่เห็นในอนิเมะค่ะ)
 
แต่ว่าฉันเป็นพ่อของอากิฮิโกะนะ? (ทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อเหรอยะ!?)
 
และแล้วพ่อของอุซากิก็บุกขึ้นคอนโดได้สำเร็จและก็คุยกับอุซากิซังเรื่องนัดดูตัวค่ะ(คิดจะคลุมถุงชนเรอะ!)แล้วก็หันไปกดดันมิซากิต่อเรื่องที่ว่า "ช่วยตัดใจจากอากิฮิโกะอีกคนได้มั้ย? เพราะการมีเธออยู่น่ะมันเป็นปัญหา"
 
 
กร๊าสสสสสส ไปลอบฆ่าอุซากิตัวพ่อกันเถอะค่ะ!!!
 
แต่เรื่องนี้มีพระเอกนะคะ ดังนั้นอุซากิซังจึงโชว์ความเป็นกระเอกด้วยประโยคสุดกรี๊ดว่า...
 
"ผมน่ะ ถ้าไม่มีหมอนี่(มิซากิ)ล่ะก็ คงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้"
 
แมนค่ะ ให้เลย 100 คะแนนเต็ม!
 
แล้วเรื่องราวก็เป็นไปตามในอนิเมะน่ะแหละค่ะ อุซากิซังลากมิซากิออกไปข้างนอกเพื่อคิดจะชิ่งอุซากิตัวพ่อแต่ก็(เกือบ)โดนรถชนเข้าให้
 
ช่างดูคล้ายหนังเกาหลีเสียนี่กระไร (แต่พล็อตอย่างนี้ก็ครองใจคนดูได้นะ)
 
แน่นอนค่ะว่าอย่างที่คุณก็ได้ดูอนิเมะจุนโจว มิซากิช่วยเอาไว้ รอดตายหวุดหวิด แล้วก็ดุอุซากิซังยกใหญ่(ลามไปถึงตัวพ่อด้วยแน่ะ) คุณพ่อจึงเข้าใจว่าลูกตัวเองได้อยู่กับคนที่ดีแล้วล่ะ(เข้าใจซักทีวุ้ย!) อุซากิซังและมิซากิจึงพากันกลับบ้าน
 
มิซากิถามถึงช็อคโกแลตที่แฟนคลับส่งมาให้อุซากิซังว่าจะทำยังไง แต่อุซากิซังกลับยกให้มิซากิจัดการแทน แล้วหันมาถามว่า "แล้วนายล่ะไม่มีเหรอ?" มิซากิแอบปฏิเสธเล็กน้อยแต่....
 
ฉากเทช็อคโกแลตในตอนจบค่ะ!!
 
ช็อคโกแลตธรรมด๊าธรรมดา แต่ได้ใจทางความรู้สึก หุหุ
 
และ...
 
รอยยิ้มที่นานๆทีจะเห็นทีค่ะ!
 
และหลังจากนั้น...
 
อยากจูบเหรอ? (ถามแบบนี้ใครจะไปอยากล่ะคะ!?)
 
NC ค่ะ ไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชนผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ดังนั้น ไม่ลงนะคะ อิอิอิ
 
เก็บตกเล็กน้อยท้ายตอนกับช็อคโกแลตรูปหมีจับปลาจากอุซากิตัวพ่อ...
 
อยากแทะหมีจริงๆ เลยให้ตายเหอะ
 
และแฟกซ์จากไอคาว่าซังค่ะ
 
โฆษณาแฝงได้อีก โฆษณาอนิเมะจุนโจวค่ะ
 
ไปดูตอนต่อไปกันดีกว่าค่ะ...
 
.
.
.
 
เปิดตอนมามิซากิก็ดีใจกับเกรดค่ะ และตอนนี้มิซากิก็อยู่ปี 4 แล้ว! มิซากิเดินไปบอกข่าวดีเรื่องกับอุซากิซังแต่ดันไปพบศพซะก่อน(ความจริงก็แค่อุซากิซังที่เพิ่งจะได้นอนน่ะแหละค่ะ) และอย่างที่รู้ว่าคนๆนี้ไม่ชอบการถูกปลุก ดังนั้นมิซากิจึงถูกลวนลามแต่เช้า ฮ่าๆๆ
 
"เหงาล่ะสิ?"  "ไม่เลยซักกะนิด"
 
ระหว่างที่กำลังถึงพริกถึงขิง คุณพี่ชายของมิซากิ(ทาคาฮิโระ)พร้อมภรรยาสุดที่รักและลูกชายก็มาหาค่ะ
 
ทักเหมือนกันเด๊ะ แต่สภาพคนที่ตามมาข้างหลังต่างกัน
 

ลูกของทาคาฮิโระซังชื่อมาฮิโระค่ะ น่ารักจริงๆ
 
ออร่าอย่าเข้ามาใกล้นะ
 
ทาคาฮิโระคุยกับมิซากิถึงการสอบที่เพิ่งผ่านไปของมิซากิ ซึ่งเกรดก็เป็นไปด้วยดี ทาคาฮิโระจึงพูดขึ้นมาว่าเหลือเวลาอีกแค่ 1 ปีสินะ มิซากิสงสัยคุณพี่ชายจึงบอกว่ามิซากิเคยสัญญาว่าจะอยู่ที่นี่ในช่วงที่เป็นนักเรียนเท่านั้นไม่ใช่เหรอ?
 
คราวนี้ก็เริ่มเครียดสิคะ
 
อุซากิซังก็พยายามหาข้ออ้างให้มิซากิได้อยู่ด้วยกัน แต่คุณพี่ก็บอกประมาณว่าจะให้รับความหวังดีตลอดไปคงไม่ได้หรอก หวังว่าคงจะเข้าใจนะ?
 
จำได้มั้ยคะ? อุซากิซังกับคุณพี่ชายเคยคุยกันเรื่องเกี่ยวกับมิซากิครั้งนึง ที่คุณพี่ชายว่าอยากให้มิซากิกลับไปอยู่กับครอบครัวน่ะค่ะ นั่นก็เป็นเรื่องใหญ่มาแล้วทีนึง คราวนี้ดันพ่วงเรื่องสัญญาที่ว่าจะอยู่ถึงแค่ตอนที่เป็นนักเรียนเท่านั้นอีก
 
ก็สรุปว่ามิซากิจะอยู่กับอุซากิซังได้แค่อีก 1 ปีเท่านั้นค่ะ!
 
ในที่สุดรุ่้นพี่คนนี้ก็เีรียนจบซักที
 
เรื่องตัดไปที่งานจบการศึกษาของรุ่นพี่ของมิซากิ(รุ่นของสึมิเซมไปนั่นเอง) หลังจากที่ทั้งคู่คุยกันมิซากิก็ขอตัวไปทำงานพิเศษก่อน ระหว่างทางที่เดินไปคิดไปถึงอนาคตของตนอยู่นั่นเอง มิซากิก็พบว่า...
 
พวงกุญแจรูป The kan  ของตนหายไป!! (แถมยังเป็นของหายากซะด้วย)
 
ระหว่างที่กำลังตามหาตาลีตาลานก็พบว่ามันอยู่กับ...
 
ชายหนุ่มในชุดฮากามะกำลังถือพวงกุญแจของตนอยู่
 
สรุปว่าพ่อหนุ่มหน้าตาดีคนนี้เป็นใครยังคงต้องรอการพิสูจน์ต่อไปค่ะ
 
หลังจากที่คุยกันได้ไม่ทันครบ 2 หน้ากระดาษดี ทั้งคู่ต่างก็แยกย้ายกันไป และมิซากิก็ได้พบว่า ตัวเองได้พบเพื่อนใหม่แบบไม่ได้คาดหมายเสียแล้ว
 
พอกลับไปที่บ้านก็คุยกับอุซากิซังไปเรื่อยๆ (ไม่แปลนะคะ เยอะเกินไปแปลไม่ไหว)
 
แล้วพอเริ่มพูดถึงเรื่องที่คุณพี่ชายพูดไว้เมื่อเช้า อุซากิซังก็บอกประมาณว่า "ถ้าถึงตอนนั้น ฉันจะบอกเรื่องของเราให้ทาคาฮิโระรู้"
 
มิซากิก็ค้านเสียงแข็งสิคะ จะให้พี่ชายอันแสนจะใสซื่อรู้ได้ไงกัน
 
อุซากิซังเลยหันมาถามมิซากิมั่งว่า "แล้วมิซากิจะทำยังไงล่ะ?"
 
คราวนี้ก็คิดหนักสิคะ
 
ระหว่างที่บรรยากาศเครียดได้ที่สึมิเซมไปก็โทรมาให้เครียดเพิ่มขึ้นอีก อุซากิซังคว้าโทรศัพท์ของมิซากิไป มิซากิจึงตามไปเอาโทรศัพท์ของตัวเองคืน อุซากิซังได้ทีเลยดันมิซากิไปติดข้างฝา(กะกดดันเต็มที่)แล้วบอกว่า "ฉันไม่คิดจะปล่อยนายไปหรอกนะ แล้วนายล่ะ?"
 
โอย...เครียดหนัก
 
ระวห่างที่บรรยากาศกำลังเครียดจนไม่รู้จะเครียดยังไง ก็มีเสียงกริ่งมาช่วยชีวิต(จริงเร้อ?)มิซากิซะก่อน มิซากิเลยรีบวิ่งไปเปิดประตูทันที
 

มิซุกิ ปรากฏตัว!
 
อุซากิซังเข้าไปทักทายด้วยเล็กน้อย ก่อนที่มิซุกิจะหันไปคุยกับมิซากิแทน มิซุกิบอกว่าได้ยินลุงฟุยุฮิโกะพูดถึงเยอะแยะเลย
 
สรุปว่า...มิซุกิเป็นลูกพี่ลูกน้องกับอุซากิซังค่ะ
 
มิซากิมีการถามเล็กน้อยว่านามสกุล 'อุซามิ' รึเปล่า? (สงสัยกลัวอุซาโมนกำเริบ) แต่มิซุกินามสกุล 'ชิอิบะ' มิซากิจึงรอดตัวไป แต่กลายเป็นว่า....
 
หรือเพราะไม่ใช่อุซามิ จึงเป็นศัตรูคนใหม่!
 
มิซุกิบ่นว่าทั้งๆที่คิดว่าน่าจะเป็นคนที่สุดยอดมากเลยแท้ๆ แต่กลับไม่ใช่ แถมยังบอกอีกว่าตัวเองน่ะเหมาะกว่าเป็นไหนๆ (พร้อมกับบีบมือมิซากิแรงๆ 1 ที)
 
เรื่องเครียดเพิ่มขึ้นอีกแล้ว
 
มิซุกิไปนั่งคุยกับอุซากิซังต่อตามประสาคนไม่ได้เจอกันนาน (ยิ้มร่าซะด้วย) มิซากิจึงคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดไปรึเปล่า ทำไมถึงได้ทำแบบนี้กับเองด้วย (ประมาณนั้น)
 
เหตุผลที่มิซุกิมาหาอุซากิซังก็คือ...
 
"ก็เพราะอยากเจอพี่อากิฮิโกะน่ะสิ"
 
ศัตรูชัดๆค่ะ ศัตรูหัวใจชัดๆ!!
 
ปีศาจในคราบลูกพี่ลูกน้องอันมีรอยยิ้มหวานนี่นา
 
มิซากิเริ่มรู้สึกแปลกๆกับลูกพี่ลูกน้องคนนี้แล้วค่ะ ว่าไม่ธรรมดา
 
แล้วมิซุกิกับอุซากิซังก็คุยกันต่อไป มิซุกิขออุซากิซังว่าขอค้างที่นี่ได้มั้ย? แต่อุซากิซังปฏิเสธ (โฮะๆๆ ยังดีนะที่ปฏิเสธ)
 
มิซากิคิดว่าอุซากิซังก็คงไม่ได้สนใจอะไรมาก คงไม่ต้องกังวลอะไร
 
แต่!
 
ทำไมถึงใช้คำว่า おれ [ore] ล่ะอุซากิซังบ้า!
 
มิซากิให้หนังสือที่ซื้อมาฝากอุซากิซัง ซึ่งเมื่อเจ้าตัวเปิดซองออกปุ๊บแล้วพบว่าเป็นหนังสือที่ตัวเองชอบก็ออกอาการพอใจอย่างเห็นได้ชัด ถึงขนาดพูดออกมาว่า 'ฉัน' ซึ่งก็คือ おれ [ore] ซึ่งไม่เหมือนปกติเอาเสียเลย
 
ชั่วโมงเรียนภาษาญี่ปุ่นกับเคกิมาแล้วค่ะ♥
คำพูดในภาษาญี่ปุ่นจะมีความลึกซึ้งต่างกันไปค่ะ ซึ่งการใช้ おれ [ore] เนี่ย ถือว่าคนพูดให้ความสนิทสนมกับเรามากทีเดียวนะคะ ดังนั้นหากสาวใดได้คุยกับหนุ่มญี่ปุ่นแล้วเขาเกิดใช้คำว่า おれ [ore] แทนตัวเขาเองขึ้นมาแล้วล่ะก็ จีบติดแน่ค่ะ (ถ้าเขาไม่ได้คิดเป็นเพื่อนนะคะ)
 
ดังนั้น การที่มิซากิจะตกใจกับการที่อุซากิซังใช้คำว่า おれ [ore] แทนตัวเองก็ไม่แปลกหรอกค่ะ
 
กลับเข้าเรื่องกันต่อ
 
มิซากิเริ่มรู้แล้วว่า อุซากิซังในตอนนี้ไม่ได้เป็นเหมือนปกติแล้ว เพราะนอกจากจะใช้คำว่า おれ [ore] กับคนนอกแล้ว ก็ยังหัวเราะซึ่งไม่เคยทำกับใครอีกต่างหาก
 
ยิ้มให้คนอื่นแบบนี้ได้ไงกันคะ อุซากิซัง!?
 
มิซากิหันไปชงชาในครัวพลางคิดหนัก ทั้งสองคุยเรื่องที่ตัวเองไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย ไหนจะอาการหงุดหงิดขึ้นมาของตัวเองอีก จนทำให้มิซากิเทชาตกลงบนโต๊ะ อุซากิซังหันมาถามเล็กน้อยว่าเป็นอะไรมั้ย? แต่มิซากิก็บอกไปว่าไม่เป็นไร แล้วพ่อศัตรูหัวใจในคราบลูกพี่ลูกน้องแสนดีก็...
 
ให้ความรู้สึกถูกเย้ยซะไม่มีอ่ะ! น่าหงุดหงิดจริงๆ
 
มิซากิก็เกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาอีก
 
แล้วระหว่างที่กำลังคิดหนัก ก็เกิดคิดขึ้นมาว่า...
 
"ถ้าอุซากิซังเกิดชอบคนๆนั้นขึ้นมาล่ะ"
 
นี่ฉันเกิดคิดอะไรบ้าๆขึ้นมาล่ะเนี่ย เกลียดตัวเองชะมัด
 
หลังจากที่มิซุกิกลับไปแล้ว ตอนค่ำ อุซากิซังเลยกะว่าจะนอนเร็วซักหน่อย มิซากิที่กำลังจะเอาผ้าไปซักเลยถามถึงเรื่องของมิซุกิ ก็เลยได้รู้ว่า มิซุกิเป็นลูกพี่ลูกน้องฝั่งพ่อ...
 
มิน่าล่ะถึงได้ร้ายกดดันเหมือนอุซากิตัวพ่อไม่มีผิด!!
 
มิซากิก็พูดต่อไปแต่อุซากิซังเริ่มไม่เข้าใจเรื่องที่พูดเขาไปทุกที (เคเองก็เริ่มแปลไม่รู้เรื่องเข้าไปทุกที ฮ่าๆๆ) แล้วประโยคนี้ก็หลุดออกมา!
 
"ผมคิดว่าถ้าอุซากิซังจะสนใจผมบ้างก็คงดี"
 
ทีงี้ล่ะแปลออกเชียวยัยเคเอ๊ย
 
พอมิซากิพูดแบบนี้...
 
อุซากิซังก็ดีใจสิคะ
 
แล้วก็ NC อีกรอบ
 
หลังจากเสร็จภารกิจออกกำลังการในร่มกันแล้ว อุซากิซังบอกว่า มิซากิที่หึงแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ มิซากิออกอาการเขิน ก็พูดแก้ตัวแล้วซุกผ้าห่มหนี
 
อุซากิซังเลยพูดต่อว่า"ความจริงฉันเองก็มีเรื่องทุกข์ใจอยู่ อยากจะถามนายอยู่เหมือนกันว่าถ้าเป็นนายจะทำยังไงดี" มิซากิก็เลยบอกให้อุซากิซังถามมาก็ได้
 
อุซากิซังจึงกระซิบถามที่หูของมิซากิ
 
แล้วก็...
 
ลูบหัวมิซากิสองสามทีพร้อมบอกว่า "ฝากด้วยนะ" (ฝากเอาไปคิดให้ด้วยนะ)
 
และคำถามก็คือ...
 
"ถ้าคนที่ชอบเกิดหึงและอยากครอบครองเราแต่เพียงผู้เดียวขึ้นมาแล้วเรารู้สึกดีใจมากแต่ว่าัคนๆนั้นเนี่ยจะได้รับการชอบจากฉันมากขึ้นไปอีกคิดว่าควรจะทำยังไงดี?"
 
มิซากิเลยออกอาการหน้าแดงแปร๊ดแล้วคิดในใจว่า
 
"จะไปรู้เรอะ ไอ้เจ้าบ้า"
 
ช่างน่าร๊ากกกก เนอะ!
 
เช้าวันต่อมา มิซุกิก็มาหาถึงที่บ้านแต่เช้า พร้อมกับ
 
หมีอีกแล้ว!!
 
การบีบมือครั้งที่ 2
 
และที่แย่ที่สุด คือการที่ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป มิซุกิจะย้ายมาอยู่ที่คอนโดด้วย (ค่าปิดปากอุซากิซังไม่ให้ค้านอะไรได้ก็คือเซ็ตหมีนั่นแหละค่ะ)
 
จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ...ติดตามกันต่อไปเล่มที่ 12 ค่ะ ฮ่าๆๆ
 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ต่อไปจะสั้นเล็กน้อยนะคะ จะเที่ยงคืนอยู่แล้วแหละ ฮ่าๆๆ (ตอนที่เขียนเอนทรี่เนี่ย)
 
Minimum
 
เป็นเรื่องราวในช่วงคริสต์มาสของพี่น้องตระกูลทาคาฮาชิค่ะ (ทาคาฮิโระและมิซากิ)
 
เปิดเรื่องมาอุซากิซังได้รับเมล์จากทาคาฮิโระค่ะ ซึ่งอุซากิซังได้สลบเหมือบกลางอากาศเพราะงานไปซะแล้ว มิซากิที่กลับมาเห็นก็จัดการเอาอุซากิซังไปเก็บ แล้วก็เหลือบไปเมล์เข้า ก็เลยนึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นได้
 
เมล์ที่ได้รับจากทาคาฮิโระ คือภาพมิซากิในชุดซานต้าน้อย!?
 
มิซากิในวัยเด็ก ช่างสดใสและน่ารักเหลือเกิน
 
มิซากิไปเดินซื้อของในเมืองกับพี่ชายอย่างสนุกสนานกันสองคนพี่น้อง เมื่อทาคาฮิโระถามน้องชายว่าอยากได้อะไร มิซากิก็เหลือบไปเห็นครอบครัวหนึ่งกำลังยืนดูสินค้าในตู้กระจกอยู่ แล้วมิซากิก็เลยพูดขึ้นมาว่า
 
"คุณซานต้า คงจะพาคุณพ่อกับคุณแม่มาให้ไม่ได้สินะครับ"
 
น่าสงสารจริงๆ หนูน้อยมิซากิ T^T
 
คุณพี่เลยจัดการอุ้มมิซากิขึ้นขี่คอเพื่อคลายอารมณ์เศร้าของน้องชาย
 
พอกลับบ้านมิซากิก็เขียนสิ่งที่อยากได้ลงไปในกระดาษ และวันคริสต์มาสอีฟ มิซากิก็ได้รับของขวัญที่อยากได้ (ด้วยหงาดเหงื่อและแรงกายจากการทำงานของพี่ชาย ฮ่าๆๆ)
 
เพื่อใบหน้าดีใจของน้องสุดที่รัก ทำงานหนักหน่อยแต่ก็ยอมล่ะ!
 
เมื่อพี่ชายเดินเข้าไปในห้องๆหนึ่งก็เห็นถุงเท้าแขวนอยู่ที่ชั้นวางของ เลยหยิบขึ้นมาดูแล้วก็พบว่ามีกระดาษคูปองอยู่ข้างใน (เป็นตั๋วนวดคล้ายพวกกิฟวอชเชอร์น่ะค่ะ)
 
ตั๋วนวดที่น้องชายให้
 
เพราะว่าทาคาฮิโระอยากได้เครื่องนวด แต่มันราคาตั้งสามแสนกว่าเยน มิซากิที่ไม่มีเงินถึงขนาดนั้นเลยบอกพี่ชายประมาณว่า "คิดว่าบางทีถ้าตัวเองให้เองคงจะมีความหมายมากกว่า"
 
คุณพี่ก็ปล่อยโฮสิคะ น้องทำขนาดนี้
 
ตัดกลับไปที่ปัจจุบัน เมื่ออุซากิซังได้เห็นภาพถ่ายตั๋วนวดที่มิซากิให้พี่ชายเลยเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา เลยทำ...
 
ตั๋วจูบมิซากิ ตั๋วจูบมิซากิแบบดีพคิส สมกับเป็นคุณจริงๆอุซากิซัง!! (หื่นจริงๆ)
 
คิดว่ามิซากิจะทำยังไงล่ะคะ?
1.ฉีกทิ้่ง
2.เผา
3.ขยำทิ้ง
4.น่าสนใจดีนะ ลองซักใบ
 
คำตอบ...
 
 
ทำของบ้าๆแบบนี้มาทำไมฟระ!?
 
ไล่ฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยยาวเลยค่ะ ก็อุซากิซังเขียนไว้ซะเยอะเลยนี่นา (กะว่าใช้ทั้งชีวิตก็ไม่หมดเลยเหรอไงพ่อคุณ)
 
++++++++++++++++++++++++
Terrorist
 
คู่นี้ออกก็น้อยอยู่แล้ว แต่ละตอนก็สั้นได้อีกนะคะ แต่ช่วยไม่ได้นี่นา ก็ตอนนี้โรมันติก้ากำลังเริ่มเครียดพอดี
 
ชิโนบุจิ้นกับประเด็นอาหารจากแฟนสาวที่ไม่อร่อยเอาเสียเลย?
 
เปิดตอนกับชิโนบุในโรงอาหารของมหาลัยค่ะ ระหว่างที่เพื่อนๆกำลังคุยกันเรื่องสาวอยู่ ชิโนบุที่กำนเสร็จแล้วและกำลังจะเอาจานชามไปเก็บก็ถูกชวนไปนัีดบอด แต่ชิโนบุปฏิเสธและบอกไปว่าตัวเองมีแฟนแล้ว แถมยังอายุมากกว่าด้วย
 
พอเพื่อนถามว่าอายุมากกว่ากันเท่าไหร่เหรอ...
 
ตอบอย่างมั่นใจว่าไม่มีใครสู้ได้!!
 
เท่านั้นแหละเพื่อนๆก็อึ้งกิมกี่ (พระเจ้าช่วย เพื่อนเราชอบสาวแก่ ฮ่าๆๆ)
 
ชิโนบุไปเดินซื้อของที่ตลาดตามปกติ แล้วก็ไปเจอกับฟักทอง เลยลองเปลี่ยนเมนูมาทำฟักทองดูบ้าง (จากกะหล่ำปลีทุกวี่ทุกวัน)
 
และแล้วปัญหาที่ทุกคนย่อมต้องประสบกันก็มาถึง...
 
ทุบไม่แตก หั่นไม่เข้า แถมดึงมีดไม่ออกอีก จะกินยังไงล่ะเนี่ย?
 
ระหว่างที่กริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ชิโนบุที่นึกว่ามิยากิกลับมาแล้วก็บอกให้มิยากิมาช่วยจัดการให้ที แต่กลายเป็นว่า...
 
 
พี่สาวของชิโนบุอันเป็นภรรยาเก่าของมิยากิมาหาค่ะ
 
พี่สาวเขาเอาดีวีดีมาคืนให้มิยากิ (ชิโนบุกลืนไม่เข้าคายไม่ออกล่ะค่ะก็คนรักเก่าของแฟนเรานี่หว่า? แถมยังเป็นพี่สาวเราอีก)
 
ปรากฏว่าพี่สาวเข้าไปเห็นสภาพฟักทองก็เลยช่วยทำอาหารให้อย่างเรียบร้อย (ตามประสาผู้หญิงล่ะค่ะ เสน่ห์ปลายจวักมันต้องมีบ้าง ฟักทองแค่นี้ชิวๆ)
 
ฟักทองที่ชิโนบุต้องยอมแพ้ กลายเป็นอาหารไปแล้ว
 
ระหว่างที่กำลังทำอาหารกันอยู่สองคนพี่น้อง จู่ๆพี่สาวของชิโนบุก็พูดขึ้นมาว่า
 
"ตอนนี้โยจะมีแฟนอยู่มั้ยนะ?"
 
ชิโนบุกับพี่สาวก็คุยๆกันไปเรื่อยๆ ชิโนบุก็บอกว่าคงไม่มีหรอก พี่สาวชิโนบุถามชิโนบุเลยถามว่าทำไมถึงรู้ล่ะ โยบอกเหรอ? แต่ชิโนบุบอกว่าเปล่า พี่สาวชิโนบุเลยเริ่มคิดอะไรบางอย่าง แล้วมิยากิก็กลับมาพอดี ก็คุยกับคุณพี่สาวแหละค่ะว่าทำไมถึงมาที่นี่ แล้วก็ชิมอาหารที่กำลังทำอยู่ พอเห็นว่าอร่อยก็เริ่มคุยกับพี่สาวกันสองต่อสองเหมือนไม่มีชิโนบุอยู่
 
ให้ความรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นสามีภรรยากันอีกครั้ง ชิโนบุเริ่มหนักใจ!
 
จู่ๆคุณพี่สาวก็เสนอว่า "งั้นจะให้ฉันทำอาหารมาให้ทุกวันเลยมั้ย?"
 
คำพูดที่ทำให้ชิโนบุหงุดหงิดของพี่สาว
 
ชิโนบุก็เริ่มของขึ้นทันที แล้วก็เผลอพูดไปว่าตอนนี้มิยากิมีแฟนที่น่าหลงใหลสุดๆอยู่! คุณพี่เริ่มสงสัยแต่ก็โดนชิโนบุไล่ให้กลับไป
 
ชิโนบุพูดกับมิยากิที่ตอนนี้เหลือกันอยู่สองคนว่า
 
"ฉันติดมิยากิ" (เหมือนติดสารเสพย์ติดน่ะค่ะ คือติดแบบถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว)
 
มิยากิก็เลยพูดปลอบๆแล้วก็บอกว่า
 
"จะกังวลไปทำไมกัน ก็นายบอกว่ามิยากิมีแฟนที่น่าหลงใหลสุดๆอยู่ไม่ใช่เหรอ?"
 
ชิโนบุเลย...
 
'ชอบมากเกินไปแล้ว'
 
"มิยากิ จะทำมั้ย?"
 
อ้อนอย่างนี้เป็นใครก็ทำค่ะ ชิโนบุจิ้น >0<
 
หลังจากนั้นก็ NC
 
หลังจากที่เสร็จกิจกรรมออกกำลังในร่มเรียบร้อย มิยากิเลยถามชิโนบุว่าจะแช่อ่างมั้ย? ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าจะแช่ มิยากิจึงไปเปิดน้ำ
 
ระหว่างรอน้ำเต็ม มิยากิกับชิโนบุก็คุยกันเล็กน้อย (ซึ่งตอนนี้เคแปลไม่ไหวแล้วค่ะ กรี๊ดฉากต่อไปมากกว่า)
 
มิยากิเดินไปหามิซากิพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูชิโนบุ (มุขคล้ายโรมันติก้าเล่มนี้เลยแฮะ) แล้วบอกว่า
 
พูดแบบนี้ใครมันจะกล้าเลิกรักได้ลงล่ะเนี่ย

 
"suki ni natte kurete arigatou" ขอบคุณที่ชอบฉันนะ
 
ชิโนบุเลยโผเข้ากอดมิยากิค่ะ
 
++++++++++++++++++++++++++++
จบไปแล้วทั้งสามพาร์ทของจุนโจวเล่ม 11 นะคะ
 
โหลดโหดกันไปเลย
 
จะว่าไป เคไม่ได้ผิดสัญญานะคะ ที่ว่าจะเอามาลงให้วันนี้ ก็เขียนวันนี้นี่นา เซฟวันนี้ด้วย ฮ่าๆๆๆ
 
เอาเป็นว่าช้าไปไม่ถึง 1 ชั่วโมง คงไม่ว่ากันนะคะ
 
ขอจบการรีวิว(ที่ไม่เหมือนรีวิว)และสปอล์ยจุนโจวแต่เพียงเท่านี้ค่ะ
 
 
 
 
 
 
PS.(เหมือนเดิม) รักจุนโจว รักป๋าหลาม รัก 8059 รักD18 แต่ที่สำคัญ รักคนอ่านค่ะ♥
PS2. วันนี้เพิ่งไปโอนเงินค่าฟิคมา แค่ค่าฟิคก็น้ำตาแทบนองแล้วนะบวกค่าโอนข้ามธนาคารไป รวมกันได้ 700 บาทพอดี พระเจ้าช่วย!! น้ำตาจะไหลคาธนาคาร แพงอิ๊บอ๋าย คราวหน้าจะไม่โอนเข้าธนาคารนี้แล้ว (ถ้าไม่จำเป็น) แพงกว่าโอนเข้าธนาคารอื่นซะอีก - -* เซ็ง!
PS3. แต่เคก็โอนไปแล้วอยู่ดี บ่นไปก็ไม่ได้เงินคืนหรอก สู้ยิ้มรับฟิคที่จะได้มาดีกว่า♥

edit @ 7 May 2009 16:11:45 by bloody_kaeki

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สปอยได้สนุกดีค่ะ เสียดายไม่มีฉาก NC หุหุ
ทาคาฮิโระเมื่อไรจะรู้ความจริงหนอ อุซากิซังไอเดียตั๋วเนี่ยแจ่มจริง!

#1 By monnie on 2009-05-07 07:07